Loading...

วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2555

วิธีการล้างผักให้สะอาดปลอดสารพิษที่สุด


วิธีการล้างผักให้สะอาดปลอดสารพิษที่สุด



หากไม่สามารถหาซื้อผักปลอดสารพิษหรือปลูกผักกินเองได้ อาจจำเป็นต้องกินผักที่ฉีดสารเคมีกำจัดแมลง การล้างผักเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยลดพิษภัยจากสารเคมีได้

           1.ผสมโซเดียมไซคาร์บอเนต (ผงฟู) 1 ช้อนโต๊ะ ในน้ำอุ่น 1 กะละมัง (20 ลิตร) แช่ผักทิ้งไว้นาน 15 นาที จะลดปริมาณสารพิษได้รอยละ 90-95

           2.ใช้น้ำส้มสายชูละลายน้ำความเข้มข้น 0.5 % (น้ำส้มสายชู 1 ขวดใหญ่ / น้ำ 4 ลิตร)แช่ผักทิ้งไว้นาน 15 นาที จะลดปริมาณสารพิษได้ร้อยละ 60-84

           3.ล้างผักโดยให้น้ำไหลผ่าน โดยเด็ดผักเป็นใบ ๆ ใส่ตะแกรงโปร่ง เปิดน้ำให้แรงพอประมาณ คลี่ใบผักให้น้ำผ่านทั่วถึง ล้างนาน 2 นาที จะลดปริมาณสารพิษได้ร้อยละ 54-63 แต่จะใช้น้ำค่อนข้างมาก

           4.แช่ผักในน้ำสะอาด ล้างผักให้สะอาดจากสิ่งสกปรกด้วยน้ำครั้งหนึ่งก่อน แล้วเด็ดเป็นใบๆ แช่ลงในอ่างนาน 15 นาที จะลดปริมาณสารพิษได้ร้อยละ 7-33

           5.ลวกผักด้วยน้ำร้อน จะลดปริมาณสารพิษได้ร้อยละ 50 ส่วนการต้มจะลดได้เท่ากับการลวกผัก แต่สารพิษอีกร้อยละ 50 จะยังคงอยู่ในน้ำแกง


วิธีการล้างผักผลไม้ให้สะอาดหลายๆวิธี การบริโภคผักให้ปลอดภัยจากสารพิษ                                      

ผักเป็นอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย ประกอบด้วยเซลลูโรสจำนวนมากซึ่งมีประโยชน์ช่วยในการขับถ่ายทำให้ไม่เป็นโรคท้องผูก และที่สำคัญในผักมีวิตามินเอช่วยบำรุงสายตา วิตามินซี ช่วยบำรุงเหงือกและฟัน และสร้างภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกาย แต่ในปัจจุบันผู้บริโภคมักประสบปัญหาสารตกค้างในพืชผัก อันเนื่องมาจากการใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชที่ไม่ถูกต้องไม่เหมาะสม และไม่ระมัดระวังของเกษตรกรผู้ผลิต ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนผู้บริโภค ดังนั้นผู้บริโภคจึงควรพิจารณาเลือกซื้อผักที่ปลอดภัยจากสารพิษ เช่น ผักที่ได้รับรองจากหน่วยราชการ หรือองค์กรต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีวิธีการที่ทำให้สารพิษตกค้างในผักลดน้อยลง เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภคด้วยวิธีการต่างๆ ก่อนนำประกอบอาหารรับประทาน ดังนี้

วิธีล้างผักให้สะอาดเพื่อลดปริมาณสารพิษ

ลอกหรือปอกเปลือก แล้วแช่น้ำสะอาดนาน 5-10 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 27-72
แช่น้ำปูนใส นาน 10 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 34-52
การใช้ความร้อน ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 48-50
แช่น้ำด่างทับทิม นาน 10 นาที (ด่างทับทิม 20-30 เกล็ด) ผสมน้ำ 4 ลิตร) ล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 35-43
ล้างด้วยน้ำไหลจากก๊อก นาน 2 นาที ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 25-39
แช่น้ำซาวข้าว นาน 10 นาที และล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 29-38
แช่น้ำส้มสายชูหรือเกลือป่น (น้ำส้มสายชูหรือเกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 4 ลิตร) และล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 29-38
แช่น้ำยาล้างผัก นาน 10 นาที และล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 22-36
ข้อมูลโดย ฝ่ายตรวจวิเคราะห์สารเคมีและบริการเครื่องมือ กองป้องกันและกำจัดศัตรูพืช กรมส่งเสริมการเกษตร โทร. 561-4663

เป็นที่ทราบกันดีว่าผักผลไม้มีประโยชน์ต่อร่างกายมหาศาล เพราะเป็นแหล่งของวิตามินและเกลือแร่
ที่ดีที่สุด อีกทั้งยังสามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือด และที่สำคัญที่สุดคือ ช่วยลดปัญหาท้องผูก
ของคุณ ๆ ซึ่งจะทำให้ช่วยลดอุบัติการณ์การเกิดโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่ได้ดี แต่อันตรายที่ซ่อนมา
กับความหอมหวานของผักผลไม้คือสารตกค้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพวกปุ๋ยและยาฆ่าแมลงที่
เกษตรกรนำมาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิต โดยไม่คำนึงถึงอันตรายของผู้บริโภค โดยบางส่วนของสารพิษ
เหล่านี้ จะแทรกเข้าไปในเนื้อผลไม้ แต่ส่วนใหญ่จะเคลือบอยู่ตามผิวของผักและผลไม้ ซึ่งผู้บริโภค
ไม่สามารถมองเห็นได้ จึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับผู้บริโภคที่จะต้องช่วยตัวเอง เพื่อที่จะได้บริโภคผัก
และผลไม้อย่างสบายใจและมีความสุข

      มีคำแนะนำว่า ควรเลือกซื้อผักผลไม้ที่มีร่องรอยที่ถูกหนอนเจาะบ้าง อย่าซื้อชนิดที่สวยใสไร้ที่
ติ เพราะนั่นแสดงว่าผักผลไม้ที่คุณซื้อมานั้นถูกประเคนด้วยปุ๋ยและยาฆ่าแมลงอย่างมหาศาล พืชผัก
แต่ละชนิดสะสมสารพิษได้ไม่เท่ากัน พืชที่มีการสะสมสารพิษไว้มาก ได้แก่ ผักประเภทหัว เช่น ผัก
กาดหัว และต้นหอม คุณควรเลือกบริโภคผักที่มีแมลงรบกวนหรือใช้สารเคมีน้อย ๆ เช่น ผักบุ้งนา
 ชะอม มะละกอ ตำลึง หัวปลี เผือก มัน และฟักทอง เป็นต้น เมื่อซื้อมาควรล้างด้วยน้ำสะอาดอย่าง
น้อย 2 ครั้ง ผักที่มีหนอนเจาะอยู่ควรแช่ด้วยน้ำเกลือไว้สักพัก หนอนและแมลงจะลอยขึ้นมา แล้วจึง
นำไปล้างน้ำสะอาดอีกที หรือหากมีดินติดมาควรแช่น้ำไว้สักครู่ เพื่อให้ดินอ่อนตัวลงจะช่วยให้ล้าง
ดินออกได้ง่ายขึ้น